The Three Lions

The Three Lions สิงโตคำราม หรือ โจ๊กคนอร์ใส่ไข่ ขายหน้าแทบเอาปี๊บคลุมหัว เมื่อ “ Three Lions ” ทีมชาติอังกฤษ โดน ฮังการี บุกมาถล่มถึงรัง 4-0 ในศึกฟุตบอล เนชันส์ ลีก

เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้บรรดานักเตะ รวมถึงโค้ชใหญ่อย่าง แกเร็ธ เซาธ์เกต โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงขนาดแฟนบอลติดแฮชแท็กอยากให้ เอฟเอ สั่งปลด เซาธ์เกต จากตำแหน่ง เพื่อหากุนซือคนใหม่มาทีมแทน เพื่อไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ที่กาตาร์ ช่วงปลายปีนี้

          “เซาธ์เกต” วาสนาไม่ถึงคุมบังเหียนสิงโต ?

          เจอตั้งคำถามตั้งแต่ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ The Three Lions หรือ เอฟเอ ดันขึ้นจากชุดยู 21 ปี ให้มานั่งแท่นนายใหญ่ “สิงโตคำราม” ลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก

สำหรับ แกเร็ธ เซาธ์เกต ที่แทบไม่มีประสบการณ์การคุมสโมสรใหญ่ๆ มาก่อน แต่กุนซือที่บุคลิกพูดน้อย สามารถพาทีมชาติอังกฤษ ไปปักธงในรอบตัดเชือกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย แม้สุดท้ายได้เพียงอันดับ 4 จากการแพ้ให้กับ เบลเยียม ในนัดชิงที่ 3

จากนั้น เซาธ์เกต พยายามพิสูจน์ฝีมือ ด้วยการพา “สิงโตคำราม” คว้าอันดับ 3 เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2018-19 และก็ไปถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 น่าเสียดายที่ อังกฤษ ได้เล่นต่อหน้าแฟนๆ ในเวมบลีย์ แต่สุดท้ายพ่ายจุดโทษให้ อิตาลี ชวดแชมป์ไปอย่างน่าเจ็บใจ

          แม้การทำงานของ เซาธ์เกต กราฟดูพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ แต่กุนซือวัย 51 ปี เสี่ยงมาตกม้าตายใน เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2022-23 เมื่อลงสนาม 4 นัด ยังสะกดชัยชนะไม่เป็น

ล่าสุดโดน ฮังการี ชาติรองบ่อนบุกถล่ม 4-0 ถึง โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ยิ่งทำให้แฟนๆ มองว่านอกจาก เซาธ์เกต มือไม่ถึงแล้ว ยังอาจจะวาสนาไม่ถึงด้วย ที่จะพา “ England Squad ” ไปตะปบแชมป์โลกสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์

          “สิงโตคำราม” เละเป็นโจ๊ก

         ขุนพลแข้ง “สิงโตคำราม” เดินลงสู่สนามด้วยความหวังคว้าชัยนัดแรกในฟุตบอล เนชันส์ ลีก กลุ่ม 3 เจอกับ ฮังการี คราวนี้ เซาธ์เกต หวังพาลูกทีมถอนแค้นแบบทดต้นทดดอก

แต่กลายเป็นว่าตลอดทั้ง 90 นาที เกมรุก “สิงโต” ก็ยังคำรามไม่ออกเหมือนเคย เท่ากับว่าลงเตะ 4 นัด กับ ฮังการี 2 นัด อิตาลี 1 นัด และ เยอรมนี 1 นัด อังกฤษ ยิงประตูจากโอเพ่นเพลย์ไม่ได้เลย

ประตูเดียวที่ได้ในเกมบุกเสมอ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี 1-1 มาจากจุดโทษของ แฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีม และความพ่ายแพ้ต่อ ฮังการี หนนี้ทำให้ อังกฤษ ชนะใครไม่เป็น 4 นัด ยาวนานสุดในรอบ 8 ปี

          นอกจากนี้ ยังเป็นความพ่ายแพ้คาบ้านอย่างราบคาบที่สุดของอังกฤษ นับตั้งแต่ปี 1928 ที่เคยโดน สกอตแลนด์ ชาติบ้านใกล้เรือนเคียง บุกมาถล่มถึงเวมบลีย์ 5-1 และนี่ก็ยังเป็นสถิติพ่ายแพ้เละสุดของ “The Three Lions” นับตั้งแต่บุกไปโดน บราซิล ถล่มยับ 5-1 ที่มาราคาน่า สเตเดี้ยม อีกด้วย

          “เซาธ์เกต” ไร้ทั้งกึ๋นและแท็คติก

          กลายเป็นว่าตอนนี้ ฟุตบอลของทีมชาติอังกฤษ เริ่มตันในเกมรุก เซาธ์เกต ไม่สามารถหาจุดที่ลงตัวได้ ในเกมกับ ฮังการี กุนซือที่กำลังโดนโจมตีอย่างหนัก เลือกแท็คติกการเล่นในระบบ 4-3-3 โดยใส่กลางอย่าง คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ที่โชว์ฟอร์มได้ดีกับ คริสตัล พาเลซ เ

มื่อฤดูกาลก่อนที่ มาช่วยไล่บอลกับ จู๊ด เบลลิงแฮม และ คัลวิน ฟิลลิปส์ ที่โดดเด่นในเรื่องเกมรับการตัดเกมมากกว่า ดังนั้นภาระในเกมรุกจึงตกอยู่กับปีก 2 ข้างอย่าง จาร์ร็อด โบเว่น และ บูกาโย่ ซาก้า

ซึ่งก็แผลงฤทธิ์ไม่ออกตามคาด โดนจับทางอย่างง่ายดาย แฮร์รี่ เคน หัวหอกตัวเป้าจึงไม่สามารถปิดบัญชีได้ แม้ครึ่งหลังจะส่งทั้ง เมสัน เมาท์ และ ฟิล โฟเด้น ลงมาแก้เกม แต่The Three Lions ก็ตีไข่แตกไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว พ่าย ฮังการี ไปอย่างเหลือเชื่อ 0-4

          นอกจากแท็คติกการเล่นที่ดูไม่หลากหลายไร้จิตนาการ เซาธ์เกต ยังโดนถล่มเรื่องของกึ๋นการเป็นกุนซือที่ไม่มีความกล้าได้กล้าเสียเอาเสียเลย ในยามที่ทีมตามหลัง 0-3

และ จอห์น สโตนส์ ปราการหลังมาโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม เซาธ์เกต กลับเลือกส่ง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ลงไปอุดรอยรั่วแทน สโตนส์ พร้อมกับถอดตัวรุกทางริมเส้นอย่าง ซาก้า ออกไป จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเสียงโห่จากแฟนๆ ฟุตบอลตอนนั้นที่เหลืออยู่ในสนามราว 28,000 คน ถึงดังกระหึ่ม

          แม้หลังจบเกม เคน จะออกมาปกป้องเจ้านาย มองว่าความปราชัยอันน่าอับอาบครั้งนี้ นักเตะทุกคนมีส่วนต้องรับผิดชอบ พร้อมกับชี้ว่า เซาธ์เกต ที่เป็นกุนซืออังกฤษ ตามรอย เซอร์ อัล์ฟ แรมซีย์ พาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก และถึงรอบชิงยูโรได้ คือคนที่จะพา England national football team 2018 ประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง แต่ในมุมมองของแฟนบอลอังกฤษ เชื่อว่ามากกว่าครึ่งที่ไม่คิดเช่นนั้น

          แจกเกรด “The Three Lions” สอบตกกันถ้วนหน้า

           ภายหลังจบเกม สื่อเมืองผู้ดีออกมาแจกเกรดนักเตะทีมชาติอังกฤษ นัดอัปยศโดน ฮังการี บุกถล่ม 4-0 โดยผู้เล่นที่อยู่ในเกณฑ์ทำได้ดี คือ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ และ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ขยันสอดประสานกันได้ดีทีเดียว คว้าไปคนละ 7.5 คะแนน ส่วน รีซ เจมส์ แบ็กขวาได้ไป 7 แต้ม

ถึงแม้ถูกโยกไปยืนแบ็กซ้ายจำเป็น พวกที่เสมอตัวก็มีทั้ง อารอน แรมสเดล (นายประตู) , มาร์ค เกฮี เซ็นเตอร์ดาวรุ่ง , คาลวิน ฟิลลิปส์ กองกลางอีกคน และแนวรุกอย่าง จาร์ร็อด โบเว่น

และ แฮร์รี่ เคน ที่ได้คนละ 6 แต้ม ในส่วนพวกสอบตกต่ำกว่ามาตรฐานก็มี ไคลน์ วอล์คเกอร์ แบ็กขวา ได้ไป 4 คะแนน จอห์น สโตนส์ โดนไล่ออกฟอร์มก็แย่ ได้ต่ำสุด 3 คะแนน ขณะที่ ซาก้า ทำผลงานในแนวรุกไม่เท่าไหร่ จึงได้เพียง 5 คะแนน

          จากผลงานอันย่ำแย่ในฟุตบอล เนชันส์ ลีก ลงเตะ 4 นัด เสมอ 2 แพ้ 2 ยิงได้ประตูเดียว แต่ถึง 6 ลูก ทำให้โอกาสผ่านเข้ารอบไฟนอลโฟร์ของ อังกฤษ แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะมีอยู่แค่ 2 แต้ม แถมสองนัดสุดท้ายต้องไปเยือน อิตาลี

และเล่นที่บ้านเจอกับ เยอรมนี ดีไม่ดี ถ้าจบอันดับสุดท้ายของกลุ่มThe Three Lions จะร่วงจากลีกเอ ไปอยู่ใน เนชันส์ ลีก ลีกบี ด้วยซ้ำไป นี่จึงถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่ไม่พร้อมเอาเสียเลย สำหรับ “สิงโตคำราม” ทีมที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในเต็งแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 และอนาคตของ เซาธ์เกต คงโดนพูดถึงไปอีกอย่างน้อยก็ 4 เดือนเศษจากนี้ไป

ท่านใดสนใจสมัครสมาชิก

ติดตาม ดูบอลสด ร่วมกิจกรรมสามารถแอดไลน์มาที่ LINE ID : @Dooballs

ตารางคะแนน