โด้แฮตทริก ผีแดงฆ่าไม่ตาย เกมสุดมันส์ระดับ 5 ดาวประจำสัปดาห์นี้

โด้แฮตทริก ถือว่าเป็นเกมสุดดุเดือดประจำเดือนนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเกมสุดมันส์ระดับ 5 ดาวของ 2 ทีมชั้นแนวหน้าของพรีเมียร์ลีก ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฮ ต ท ริก ฟุตบอล ที่เปิดโอลด์ทัฟฟอร์ดต้อนรับการมาเยือนของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ โดยเกมนี้เป็นเกมที่สนุกเป็นอย่างมาก เพราะพออีกทีมหนึ่งยิงขึ้นนำ อีก 1 ทีมก็จะตีเสมอ โดยจบลงด้วยผลการแข่งขัน ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะไปได้ 3 – 2 โดยผีแดงเป็นฝ่ายขึ้นนำทุกครั้ง แต่ก็โดนตีเสมอแต่ก็สามารถพลิกเอาชนะในช่วงท้ายเกมได้

·     โรนัลโด้กับ แฮตทริคในวัย 37และ โด้แฮตทริก

ถือว่าเป็นแฮตทริคฮีโร่ของเกมนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับคริสเตรียโน่ โรนัลโด้ โดยในวัย 37 โรนัลโด้ แฮตทริกกี่ครั้ง เขานั้นก็สามารถทำแฮตทริคได้ โดยถือว่าเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในสนามเลยก็ว่าได้สำหรับค่ำคืนที่ผ่านมา โดยผลงานการทำ 3 ประตู นั้นถือว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ อยู่แล้ว แต่กลับการที่สามารถทำได้ในวัย 37 นั่นทำให้ความยอดเยี่ยมของนักฟุตบอลที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในโลกอีก 1 คน ดูเด่นชัดขึ้นมา และอีกหนึ่งอย่างก็คือความสำคัญของโรนัลโด้กับปีศาจแดง เพราะในเกมก่อนที่แพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าตัวไม่ได้ลงสนามด้วยนั่นเอง

·     แผลในเกมรับของทั้งสองทีม

แม้จะเป็นเกมระหว่าง 2 ทีม BIG 6 แต่ในแต่ละประตูจะเห็นได้ถึงความหละหลวมของเกมรับทั้ง 2 ฝ่าย โดยในฝั่งของสเปอร์นั้นก็จะเป็นในส่วนของการที่มีพื้นที่ว่าง ในพื้นที่อันตรายทำให้นักเตะของปีศาจแดงสามารถเข้าไปลุ้นประตูในพื้นที่นั้น ๆ ได้บ่อยครั้ง ส่วนในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนต็ด 2 ประตูที่เสียไป จะเป็นความผิดพลาดที่แม้ดูว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็สามารถมองอีกมุมได้ว่าเป็นความไม่ระวังตัวของทั้งตัว แมคไกว และ เตเลส ก็ได้เช่นเดียวกัน ทั้งการเสียจุดโทษ และการทำเข้าประตูตัวเอง

·     โรนัลโดยังครองสถิติสำคัญได้แก่

โรนัลโดยังครองสถิติสำคัญได้แก่ : เป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำประตูรวมในระดับสโมสรและทีมชาติครบ 800 ประตู, เป็นผู้เล่นที่ลงสนามมากที่สุด (182 นัด), ทำประตูมากที่สุด (140 ประตู) และทำแอสซิสต์มากที่สุด (42 ครั้ง) ในยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก เป็นผู้ทำประตูมากที่สุดในชิงแชมป์แห่งยุโรปรอบสุดท้าย (14 ประตู)  เป็นผู้เล่นชายที่ทำประตูในนามทีมชาติมากที่สุด (115 ประตู) เป็นผู้เล่นชายชาวยุโรปที่ลงสนามในนามทีมชาติมากที่สุด (184 นัด) และเป็นผู้เล่นคนเดียวที่เป็นผู้ทำประตูสูงสุดประจำฤดูกาลในลีกสูงสุดของอังกฤษ สเปน และอิตาลี

เริ่มเกมได้ 12 นาที เป็นฝั่งของยูไนเต็ดมาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ เฟร็ด ดีดบอลให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ ตั้งป้อมส่องไกลด้วยขวาเต็มข้อพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ส่งให้ปีศาจแดงออกนำ 1-0

ทว่านาทีที่ 35 สเปอร์สมาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ เดยัน คูลูเซฟสกี้ เปิดบอลไปโดน อเล็กซ์ เตลลิส ใช้มือปัด ก่อนจะเป็น แฮร์รี เคน รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ทำให้สกอร์ขยับมาเท่ากันที่ 1-1

แต่แล้วถัดมานาทีที่ 38 ยูไนเต็ดมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ เจดอน ซานโช ไหลบอลทางกราบซ้ายเข้ากลางให้ โรนัลโด้ โฉบมาแปด้วยขวาจ่อ ๆ ไม่เหลือ เป็นลูกสองของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ช่วยให้ปีศาจแดงนำอีกรอบ 2-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังกลายเป็นสเปอร์สมาได้ประตูตีเสมออีกครั้งเช่นกัน ในนาทีที่ 72 จากจังหวะที่ เซร์คิโอ เรกีลอน ไหลบอลทางกราบซ้ายเข้ากลางไปโดน แฮร์รี แม็กไกวร์ สกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกหนที่ 2-2

แต่แล้วช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 ยูไนเต็ดก็มาได้ประตูขึ้นเป็นครั้งที่สาม จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ อเล็กซ์ เตลลิสด้แฮตทริก เปิดให้ โรนัลโด้ เทกตัวโหม่งตุงตาข่าย เป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ส่งให้ปีศาจแดงนำ 3-2

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชนะไป 3-2 เก็บเพิ่มเป็น 50 คะแนน ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 4 ส่วนท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์อยู่อันดับ 7 ยังมี 45 คะแนนเท่าเดิม

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา; ดิโอโก้ ดาโลต์, ราฟาแอล วาราน, แฮร์รี แม็คไกวร์, อเล็กซ์ เตลลิส; เนมานยา มาติช (เอดินสัน คาวานี น.80), เฟร็ด: มาร์คัส แรชฟอร์ด (แอนโธนี อีแลงก้า น.68), ปอล ป็อกบา, เจดอน ซานโช; คริสเตียโน โรนัลโด้ (วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ น.83)

สำรองไม่ได้ใช้ : เอริค ไบญี, ฟิล โจนส์, ฆวน มาต้า, เจสซี ลินการ์ด, ดีน เฮนเดอร์สัน, อารอน วาน-บิสซาก้า

ใบเหลือง – เฟร็ด น.35, ปอล ป็อกบา น.85

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (3-4-3) : อูโก้ โยริส; คริสเตียน โรเมโร, เอริค ไดเออร์, เบน เดวีส์ (สตีเฟน เบิร์กไวน์ น.87); แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, โรดริโก้ เบนตันกูร์ (แฮร์รี วิงส์ น.88), ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์, เซร์คิโอ เรกีลอน; เดยัน คูลูเซฟสกี้ (ลูคัส มูรา น.78), แฮร์รี เคน, ซน ฮึง-มิน

สำรองไม่ได้ใช้ : ดาวินซอน ซานเชซ, เอแมร์ซอน, โจ โรดอน, ปิแอร์ลุยจิ กอลลินี, ฮาร์วีย์ ไวท์, เดน สการ์เลตต์

ใบเหลือง – เอริค ไดเออร์ น.30

ท่านใดสนใจสมัครสมาชิก

ติดตาม ดูบอลสด ร่วมกิจกรรมสามารถแอดไลน์มาที่ LINE ID : @Dooballs

ตารางคะแนน