เมื่อสิงโต (ไม่) คำราม ทีมชาติอังกฤษ เปิดหัวศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2022-23 ลีก เอ ได้อย่างน่าผิดหวัง เมื่อบุกไปพ่าย “แม็กยาร์” ฮังการี แบบพลิกความคาดหมาย 0-1 งานนี้มีเรื่องให้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ฉุกคิดไม่น้อย ก่อนที่ ฟุตบอลโลก 2022 ทัวร์นาเมนต์สำคัญที่สุดจะมาถึงในช่วงปลายปีนี้ ที่ประเทศกาตาร์ ในเมื่อ “สิงโตคำราม” เกิดคำรามไม่ออกเสียอย่างนั้น

            เนชันส์ ลีก “เกมลองของ”

            “สิงโตคำราม” เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า เนชันส์ ลีก เป็นฤดูกาลที่ 3 หลังจากที่ครั้งแรกที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ริเริ่มทัวร์นาเมนต์เมื่อฤดูกาล 2018-19 อังกฤษ คว้าอันดับ 3 จากการชนะจุดโทษ สวิตเซอร์แลนด์ 6-5 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 0-0 จากนั้นทัวร์นาเมนต์ก็เว้นว่างไปหนึ่งปี เนื่องจากโดนพิษโควิด-19 เล่นงาน กลับมาลุยต่อในฤดูกาล 2021-22 แกเร็ธ เซาธ์เกต ใช้รายการ เนชันส์ ลีก ที่ “สิงโตคำราม” อยู่ในลีก เอ ทดสอบตัวผู้เล่น ก่อนเลือกตัวไปเตะทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่าง ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 ที่ต้องเลื่อนมาแข่งช่วงกลางปี 2021 ทำให้ อังกฤษ จบแค่อันดับ 3 ของกลุ่ม ด้วยผลงานเฮดทูเฮดที่เป็นรอง เดนมาร์ก ทำให้อดเข้าสู่รอบไฟนัลส์ โฟร์ หรือ 4 ทีมสุดท้ายโดยปริยาย

            มาในซีซั่นนี้ ดูเหมือนว่า นายใหญ่ “สิงโตคำราม” ยังไม่ได้ให้ความสนใจรายการ เนชันส์ ลีก แบบเต็มตัวเหมือนกับฤดูกาลแรก การลองตัวผู้เล่นใหม่ๆ ที่ทำผลงานได้ดีในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021-22 ถือเป็นเรื่องสำคัญในความคิดของกุนซือวัย 51 ปี ดังนั้น เจมส์ จัสติน วิงแบ็กซ้ายจาก “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ และ จาร็อด โบเว่น ตัวรุกทางเส้น “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จึงได้รับใช้ชาติในทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นครั้งแรก

            ความไม่ลงตัวของ “สิงโตคำราม”

            การที่ อังกฤษ มีสถิติข่ม ฮังการี ค่อนข้างเยอะ ทั้งตัวผู้เล่น ประสบการณ์ กระดูกบอล โดยเจ้าถิ่นได้เปรียบอยู่อย่างเดียว คือ การเล่นต่อหน้าแฟนๆ 6 หมื่นกว่าคน แทบจะเต็มความจุของสนาม ปุสกัส อารีน่า ในกรุงบูดาเปสต์ โดย “สิงโตคำราม” แม้เลือกใช้บริการเด็กใหม่อย่าง เจมส์ จัสติน และ จาร็อด โบเว่น แต่ตัวหลักๆ ก็ยังอยู่กับครบ ไล่ตั้งแต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด , แฮร์รี่ แม็คไกวร์ , เทรนด์-อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ , เดแคลน ไรซ์ หรือแม้แต่ แฮร์รี่ เคน กัปตันทีม

            ในครึ่งแรก อังกฤษ เป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าค่อนข้างชัด แต่กลายเป็นว่าโอกาสจบสกอร์ไปๆ มาๆ น้อยกว่า ฮังการี และพอเข้าสู่ครึ่งหลัง เกมกลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อขุนพล “แม็กยาร์” สวมหัวใจสิงห์วิ่งบดใส่ เป็นเกมเดินเกมรุกเสียด้วยซ้ำ ก่อนที่นาที 66 รีซ เจมส์ วิงแบ็กขวาจากสโมสรเชลซี ที่ลงสนามมาเป็นสำรอง จะไปทำฟาล์ว โซลท์ นากี้ ในกรอบเขตโทษแบบไม่ควรจะเสีย และก็เป็น โดมินิค โซบอสซ์ลาย เพลย์เมคเกอร์จาก แอร์เบ ไลป์ซิก ในลีกเยอรมนี จะสังหารจุดโทษไม่พลาด เป็นประตูชัยให้ ฮังการี โค่น “สิงโตคำราม” ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี อีกทั้งนี่ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกของอังกฤษ ในรอบ 18 เดือนของ แกเร็ธ เซาธ์เกต อีกด้วย

            ประกาศผลสอบ “เด็กใหม่”

            ความปราชัยชนิดพลิกล็อกต่อ ฮังการี แน่นอนว่า อังกฤษ ย่อมต้องโดนวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะชาติใหญ่ขวัญใจมหาชน แต่ในเกมดังกล่าว สื่อเมืองผู้ดียังชื่นชม จาร็อด โบเว่น ตัวรุกวัย 25 ปี ที่มีความมุ่งมั่นเปี่ยมล้น เดินเกมในครึ่งแรกได้ดีทีเดียว และแมตช์นี้ก็มีโอกาสยิงประตู เพียงแต่ไปติดบล็อก อัตติล่า ซาลาย กองหลัง “แม็กยาร์” ซึ่งการมีส่วนร่วมกับเกมพอสมควรของ โบเว่น ทำให้สตาร์จากสโมสร เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้ลงสนามครบทั้ง 90 นาที นี่จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ “สิงโตคำราม” หากจะหนีบไปเตะฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายที่กาตาร์ ช่วงปลายปีนี้ เพราะผลงานถือว่าสอบผ่านระดับหนึ่ง ถ้าจะให้เกรด B- ก็ไม่ได้เสียหายอะไร

            ขณะที่ เจมส์ จัสติน ถือว่าเจอคืนที่หนักหนาสาหัสเหมือนกัน ด้วยตำแหน่งวิงแบ็กที่ต้องรับผิดชอบทั้งช่วยเติมเกมบุก และลงมาเล่นเกมรับ แต่ดาวเตะวัย 24 ปี ที่มีข่าวว่า เชลซี แอบให้ความสนใจ ยังทำไม่ได้ดีทั้งสองอย่างกับเกมเปิดตัวทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ เกมรุกช่วยงานได้น้อยเกินไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ “สิงโตคำราม” เลือกเดินเกมทางขวาจาก เทรนด์-อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แบ็กจอมบุกของ ลิเวอร์พูล มากกว่า แต่เกมรับ จัสติน เจอปัญหาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อต้องเจอกับ โลอิก เนโก วิงแบ็กอีกฟากของเจ้าบ้าน ที่ได้โอกาสเปิดบอลให้ โซบอสซ์ลาย ลุ้นประตู ดีที่ พิคฟอร์ด ยังเซฟไว้ได้ด้วยขา และทาง คอเนอร์ คัวดี้ ก็ต้องช่วยเคลียร์สกัดลูกเปิดบอลจากการโจมตีทางฝั่ง จัสติน อยู่หลายครั้งหลายครา

            อีกทั้ง จัสติน ดูมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อตึงเล็กน้อยช่วงปลายครึ่งแรก เมื่อเป็นเช่นนี้ ครึ่งหลัง เซาธ์เกต จึงตัดสินใจไม่ยากที่จะเปลี่ยนวิงแบ็กจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ออกจากสนามไป และก็ส่ง บูกาโย่ ซาก้า ปีกตัวกลั่นจากค่าย “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ลงมารับบทวิงแบ็กซ้าย เดินหน้าลุยแหลกแทน ดังนั้น จัสติน ถือว่าสอบไม่ผ่าน และโอกาสติดทัพอังกฤษไปลุยบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ก็ไม่ง่ายเลย เนื่องจาก “สิงโตคำราม” มีวิงแบ็กซ้ายดีๆ อย่าง ลุค ชอว์ และ เบน ชิเวลล์ อยู่แล้ว ขณะเดียวกับ ซาก้า ก็เล่นได้ รีซ เจมส์ ก็โยกมาทางซ้ายได้เช่นกัน

            แท็คติกใช่ แต่ขุมพลังยังไม่ลงตัว

            แกเร็ธ เซาธ์เกต เจอแผนการเล่นที่เหมาะกับทีมชาติอังกฤษในชุดนี้แล้ว นั่นก็คือ ระบบ 3-4-3 ยืนเซ็นเตอร์แบ็กหลังสาม กลางรับ 2 คน วิงแบ็กสองข้าง และตัวรุก 2 คน เพื่อที่จะสนับสนุนหน้าตัวเป้าอย่าง แฮร์รี่ เคน

            โดยวิเคราะห์แต่ละแดนของ “สิงโตคำราม” ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตู หลายฝ่ายยังกังวลเกี่ยวกับการเล่นที่ไม่แน่นอนของ จอร์แดน พิคฟอร์ด นายประตูจากค่าย “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ที่มักจะมีลูกผิดพลาดให้เห็น ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลก แต่สำรองอย่าง นิค โป๊ป (เบิร์นลีย์) และ อารอน แรมส์เดล (อาร์เซนอล) ชื่อชั้นก็ไม่ได้ต่างกัน ถึงแม้รายแรกจะได้โอกาสจาก เซาธ์เกต อยู่บ้างก่อนหน้านี้ แต่ เซาธ์เกต ยังไม่เชื่อใจเต็มร้อย ขณะที่รายหลัง โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบกับ “ปืนใหญ่” เมื่อซีซั่นก่อน แต่ยังขาดลูกประสบการณ์สำหรับการลงเฝ้าเสาในรายการใหญ่ๆ

            ส่วน เซ็นเตอร์แบ็ก 3 คน เป็นจุดที่น่าห่วงที่สุดของอังกฤษ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยังเป็นตัวหลัก ถึงแม้ฟอร์มกับต้นสังกัด “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ห่วยเข้าตาขนาดไหน ก็ยังได้รับความไว้วางใจจาก เซาธ์เกต แต่การประสานเกมรับกับ คอเนอร์ คัวดี้ ยังดูไม่สนิทชิดเชื้อ เหมือนกับสมัยที่เล่นคู่กับ จอห์น สโตนส์ ส่วน ไคลน์ วอล์คเกอร์ ถูกหุบมายืนเซ็นเตอร์แบ็ก ก็ยังมีช่องให้เจาะอย่างเห็นได้ชัด เรื่องนี้ “สิงโตคำราม” ต้องเร่งแก้ไขก่อนฟุตบอลโลก 2022 มาถึง

            มิดฟิลด์ตัวรับคู่กลาง อาจเป็นตำแหน่งที่อังกฤษ ดูลงตัวที่สุด เมื่อ จู๊ด เบลลิงแฮม แสดงให้เห็นถึงความนิ่งเกินอายุ ปักหลักตัดบอลเคียงข้าง เดแคลน ไรซ์ ได้ดี งานนี้ คาลวิน ฟิลลิปส์ เจ้าของตำแหน่งตัวจริงเดิม ต้องพยายามเค้นฟอร์มในการเบียดแย่งตำแหน่ง เบอร์ 8 ส่วนกองกลางตัวรุก เมสัน เมาท์ ที่แท็คติกของ “สิงโตคำราม” ใช้เขาเหมือนกับที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เลือกให้เล่น แต่จังหวะจะโคนยังไม่ลงตัวนัก มิเช่นนั้น ฟิล โฟเด้น สตาร์จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะมายึดตำแหน่งดังกล่าวไปอย่างไม่ต้องสงสัย

            ในส่วนของกองหน้าตัวเป้าอังกฤษ ทางเลือกเบอร์ 1 ต้องเป็น แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมจาก ท็อตแนม ฮอตเปอร์ อย่างไม่ต้องสงสัย แต่การมี แทมมี่ อับราฮัม ที่ฟอร์มการทำประตูเฉียบขาดมาก ในการไปเล่นให้ โรม่า ในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ทำให้ “สิงโตคำราม” ก็ดูมีอนาคตอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ท่านใดสนใจสมัครสมาชิก

ติดตาม ดูบอลสด ร่วมกิจกรรมสามารถแอดไลน์มาที่ LINE ID : @Dooballs

ตารางคะแนน