หงส์แดง อย่าลืมเติม “ห้องเครื่อง” “หงส์แดง” ชวดสยายปีกสร้างประวัติศาสตร์ครอง 4 แชมป์เมื่อฤดูกาลก่อนไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกให้แก่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่ฟุตบอลยุโรปก็เสียท่าให้ “จ้าวยุโรป” ตัวจริงเสียงจริงอย่าง เรอัล มาดริด ซึ่งสื่อของอังกฤษมองว่า “มิดฟิลด์” ตัวกลาง หรือ “ห้องเครื่อง” ของลิเวอร์พูล คือจุดที่ทีมดังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ ยังมีปัญหา และถ้ายังไม่ได้รับการแก้ไข หรือเสริมเพิ่มเติมแข้งใหม่เข้ามา อาจส่งผลระยะยาวกับการล่าความสำเร็จในฤดูกาล 2022-23 ที่กำลังจะมาถึงก็เป็นได้

เสริมทัพฉับไว แต่ลืมอะไรไป ?

          เห็นทาง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ทุ่มเงินเสริมแกร่งแต่หัววัน ด้วยการฉีกสัญญาคว้าตัว เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ มาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัว 51 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,100 ล้านบาท ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องขยับตัวในตลาดซื้อ-ขายนักเตะบ้าง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในการทุ่มค่าตัวเป็นสถิติสโมสรไปดึง ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติอุรุกวัยมาจาก “เหยี่ยวลิสบอน” เบนฟิก้า ในลีกโปรตุกีส เพื่อทดแทนการจากไปของ ซาดิโอ มาเน่ ที่ขอย้ายไปร่วมทัพ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค สู้ศึกบุนเดสลีก้า เยอรมนี จากนั้นก็ตามด้วยการเจียดเงินอีก 4 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 170 ล้านบาท ซิวตัว คัลวิน แรมซีย์ แบ็คขวาดาวรุ่งทีมชาติสกอตแลนด์ ชุดยู 21 ปีมาจาก อเบอร์ดีน เพื่อเสริมงาน เทรนท์-อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ โดยก่อนหน้านั้น ลิเวอร์พูล ไปสอย ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ มิดฟิลด์กึ่งปีกชาวโปรตุกีสมาจาก “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม เพื่อนร่วมพรีเมียร์ลีก

          แต่ เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ลืมไปหรือไม่ว่า ลิเวอร์พูล ยังควรต้องเสริมในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ยังคงมีอยู่เพียง 7 รายให้ใช้งาน ไล่เรียงจาก ฟาบินโญ่ , ติอาโก้ อัลคันตาร่า , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , นาบี เกอิต้า , เจมส์ มิลเนอร์ รวมถึงสองดาวรุ่งอย่าง เคอร์ติส โจนส์ และ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ถ้าว่ากันด้วยจำนวน บอกได้เลยว่ายังน้อยเกินไปที่จะช่วย “หงส์แดง” สู้ศึกทั้งฤดูกาล เพราะตัวอย่างก็มีให้เห็นมาแล้วเมื่อฤดูกาล 2021-22 ที่ผ่านมา

“ห้องเครื่อง” ขับเคลื่อนไม่เต็มสูบ

          ด้วยระบบการเล่นของ ลิเวอร์พูล แบบ 4-3-3 ดังนั้น สามมิดฟิลด์ของ “หงส์แดง” ย่อมต้องครบเครื่อง ทั้งการตัดเกม วางบอล หรือแม้แต่ทีเด็ดในเรื่องการทำประตู ยิ่งสามประสานเกมรุกในฤดูกาลหน้ามาขาด มาเน่ ไปด้วยแล้ว และยังไม่มีใครการันตีได้ว่า นูนเญซ จะยิงประตูแบบเป็นกอบเป็นกำ ดังนั้น ลิเวอร์พูล คงต้องอาศัยทีเด็ดจากแผงกองกลางมากขึ้น แต่ผลงานเมื่อซีซั่นก่อน จากตัวเลขสถิติต้องบอกว่าค่อนข้างหน้าผิดหวัง ในเมื่อมิดฟิลด์ทั้ง 7 คน มีผลงานรวมกันแค่ 13 แอสซิสต์เท่านั้น และยิงรวมกันได้เพียง 12 ประตู

          ทำไมตัวเลข 13 แอสซิสต์ ถึงน่าผิดหวัง นั่นก็เพราะแค่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คนเดียวก็ทำไป 13 แอสซิสต์ ขณะที่ เทรนท์-อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แบ็คขวาเติมขึ้นมาก็จ่ายไป 12 แอสซิสต์แล้ว นั่นจึงเป็นคำถามตัวเบ้อเริ่มว่า แท้ที่จริงแล้วแผงมิดฟิลด์ หรือห้องเครื่อง ลิเวอร์พูล ดีพอแล้วจริงหรือ เนื่องจากดูๆ ไป “ห้องเครื่อง” ยังขับเคลื่อนไม่ได้เต็มสูบเท่าที่ควร

เลือดใหม่-แข้งเก๋า ยังไม่ใช่คำตอบดีที่สุด

          จะว่าไป ลิเวอร์พูล ก็ดูยังไม่มีความสมดุลมากพอในแผงมิดฟิลด์ ในเมื่อทีมมีผู้เล่นแดนกลางที่อายุมากก็มากไปเลย อายุน้อยประสบการณ์น้อยก็น้อยไปเลย มิลเนอร์ อายุมากสุด 36 ปี แต่เพิ่งได้ขยายสัญญาออกไปอีกหนึ่งปี เพื่อตอบแทนความภักดีของแข้งสารพัดประโยชน์ ส่วน “กัปตันเฮนโด้” เฮนเดอร์สัน อายุ 32 ปี ติอาโก้ อายุ 31 ปี ขณะที่ ฟาบินโญ่ อายุ 28 ปี เกอิต้า อายุ 27 ปี สภาพร่างกายยังสด ทว่าในรายของ ฟาบินโญ่ ก็มีเจ็บให้เห็นเหมือนกันในช่วงปลายซีซั่น เพราะว่ากรำศึกมาหนักเกิน ด้าน โจนส์ และ เอลเลียตต์ อายุเท่ากันที่ 19 ปี

          นี่จึงเหมือนว่ามีช่องว่างระหว่างวัยเกิดขึ้นในแผงมิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล อย่างชัดเจน ในเมื่อ โจนส์ และ เอลเลียตต์ ได้ลงสนามแค่ 15 นัด และ 9 นัด ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่า คล็อปป์ ยังไม่ไว้วางใจให้ 2 ดาวรุ่งลงสนามมากนักในเกมใหญ่ๆ เท่ากับว่าจริงๆ แล้ว “หงส์แดง” หมุนเวียนใช้มิดฟิลด์ตัวหลักๆ อยู่แค่ 4-5 ราย ตัดกรณีของ มิลเนอร์ ที่ส่วนใหญ่เป็นสำรองเสียมากกว่า ดังนั้นถ้าเกิดกรณี ติอาโก้ มีอาการบาดเจ็บบ่อยเหมือนที่ผ่านมา ฟาบินโญ่ และ เกอิต้า ต้องรับบทหนักทีเดียว ในเมื่อ เฮนเดอร์สัน ระยะหลังก็อยู่ในระบบโรเตชั่น หมุนเวียนลงสนาม ไม่ได้ลงปักหลักตัวจริงแทบทุกนัดเหมือนเมื่อ 2-3 ปีก่อนหน้านี้แล้ว

อย่าลืมบทเรียนกรำศึกหนัก

         ลิเวอร์พูล ลงสนามในฤดูกาล 2021-22 มากที่สุดในบรรดาสโมสรในพรีเมียร์ลีก เมื่อลงเล่นในทุกรายการไปถึง 63 นัด โดยแผงมิดฟิลด์ เฮนเดอร์สัน ลงสนามมากที่สุดให้ทีม 35 นัด เป็นการออกสตาร์ทตัวจริง 29 นัด ยิงไป 2 ประตู กับอีก 5 แอสซิสต์ แต่อย่าลืมว่า “เฮนโด้” ปีนี้อายุ 32 ปีแล้ว สภาพร่างกายและทีเด็ดต่างๆ ที่มิดฟิลด์ควรมี ศักยภาพย่อมลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา ยิ่งเมื่อ ลิเวอร์พูล ต้องลงเล่นหลายรายการ การหมุนเวียนแผงกลางจึงเป็นการบ้านให้ คล็อปป์ ต้องละเอียดในการเลือกสรรนักเตะลงเล่นในแต่ละนัด

          แต่ก็มิวายต้องเจอปัญหานักเตะกองกลางบาดเจ็บในช่วงท้ายซีซั่นก่อน ไล่ตั้งแต่ ติอาโก้ ตามมาด้วย ฟาบินโญ่ เหล่า “เดอะค็อป” จึงได้เห็น มิลเนอร์ ลงมาเป็นตัวเสริม แต่ถ้าเกิดสถานการณ์เดียวกันแบบนี้อีก ก็ไม่แน่ใจว่า ลิเวอร์พูล จะรับมือกับปัญหาตรงนี้ได้หรือไม่ กับจำนวนตัวผู้เล่นในแผงมิดฟิลด์ที่ยังดูน้อยเกินไป ถ้าเทียบกับโปรแกรมการแข่งขันที่ชุกจริงๆ

แกร่งพอล่าแชมป์พรีเมียร์ลีก-จ้าวยุโรป ?

         แน่นอนว่านี่เป็นคำถามที่แฟนๆ ลิเวอร์พูล กล้าตอบออกไปหรือไม่ ว่าทีมรักพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ กับภารกิจกระชาก แมนฯ ซิตี้ ลงจากบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีก และโค่นเหล่ายอดทีมของยุโรปที่เข้าขั้น “เสือสิงห์กระทิงแรด” เพื่อไปสู่การครองจ้าวยุโรปสมัยที่ 7 โดยเฉพาะหากดูที่ขุมพลังซึ่งอาจยังไม่เห็นความแตกต่างจากเดิมมากนัก และไม่แน่ใจว่าจะดีเหมือนเมื่อฤดูกาลก่อนด้วย           ดังนั้นหลายฝ่ายจับตามองว่า ลิเวอร์พูล จะมีการเสริมทัพอีกหรือไม่ โดยเฉพาะตำแหน่งมิดฟิลด์ ซึ่ง “หงส์แดง” มีข่าวกับ จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางทีมชาติอังกฤษ ที่โลดแล่นโชว์ผลงานได้สวยกับ ดอร์ทมุนด์ แต่มีรายงานว่า ลิเวอร์พูล จะขยับหาดาวรุ่งวัย 18 ปี ก็ต่อเมื่อหลังจบฤดูกาล 2022-23 หรือช่วงซัมเมอร์หน้าไปแล้ว ซึ่งมันช้าไปหรือไม่ หรือว่าทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก ต้องหาทางหนีทีไล่เอาไว้บ้าง เรื่องนี้คงต้องรอดูคำตอบกันต่อไป

ท่านใดสนใจสมัครสมาชิก

ติดตาม ดูบอลสด ร่วมกิจกรรมสามารถแอดไลน์มาที่ LINE ID : @Dooballs

ตารางคะแนน