สเตอร์ลิ่ง

  สเตอร์ลิ่ง ประโยชน์ที่เชลซีจะได้จาก “สเตอร์ลิ่ง” คาราคาซังกันมานาน ถึงวันนี้ไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาดแล้ว เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กำลังจะกลายมาเป็นนักเตะใหม่ เชลซี เมื่อตัวรุกทีมชาติอังกฤษ สามารถตกลงค่าเหนื่อยกับว่าที่ต้นสังกัดใหม่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ที่สัปดาห์ละ 3 แสนปอนด์ (ประมาณ13 ล้านบาท) โดยจะเซ็นสัญญากัน 5 ปี บวกอ๊อปชั่นขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี ขณะที่ เชลซี ต้องจ่ายค่าตัว สเตอร์ลิ่งให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเงิน 47.5 ล้านปอนด์ (ราวๆ 2 พันล้านบาท) บวกกับอีก 2.5 ล้านปอนด์ (เกือบๆ 110 ล้านบาท) ตามผลงานของนักเตะ วันนี้เรามาลองดูกันว่า “สิงห์บลูส์” จะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากนักเตะตัวจี๊ดวัย 27 ปี

            สเตอร์ลิ่ง ชื่อนี้มีแต่แชมป์มาให้

            นับตั้งแต่ย้ายจากรัง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มาลง “เรือใบสีฟ้า” เมื่อปี 2015 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการถล่มประตูไป 131 ประตู กับอีก 74 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 339 นัด ซึ่งประวัติศาสตร์ แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์มาได้ทั้งสิ้น 29 รายการ 12 โทรฟี่แชมป์ในนั้น สเตอร์ลิ่งมีส่วนร่วมด้วย อาทิเช่น แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 จาก 8 สมัย แชมป์เอฟเอ คัพ หนึ่งสมัย และแชมป์ลีกคัพ 5 จากทั้งหมด 8 สมัย นั่นจึงทำให้ เชลซี ยิ้มหวานได้เลย รอให้ สเตอร์ลิ่งพาเหรดนำเกียรติยศมาส่งถึงถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อมีการชูเสื้อกันอย่างเป็นทางการ

            สเตอร์ลิ่ง สถิติยอดเยี่ยม เป๊ป การันตี

            เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสเปน เคยยอมรับว่า สเตอร์ลิ่งถือเป็นนักเตะคนสำคัญของ แมนฯ ซิตี้ ในทุกๆ ฤดูกาล นักเตะคนนี้มีความมั่นใจในตัวเองสูง จึงไม่น่าแปลกใจกับสถิติตัวเลขการยิงประตู และการแอสซิสต์ให้เพื่อนทำสกอร์ เพราะนับตั้งแต่ เป๊ป เข้ามาทำงานในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อปี 2016 สเตอร์ลิ่ง มีส่วนร่วมกับจำนวนประตูที่ทีมได้มากที่สุดในบรรดานักเตะทุกคน มากกว่าแข้งซูเปอร์สตาร์อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ หรือแม้แต่ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ด้วยซ้ำ

            อีกทั้ง สเตอร์ลิ่งยังถือเป็นแข้งโปรดของ เป๊ป ก็ว่าได้ เพราะนับตั้งแต่ร่วมงานกันมา สเตอร์ลิ่งมีสถิติยิงประตู บวกด้วยแอสซิสต์ รวมกันแล้วถึง 186 ประตู (ยิง 120 แอสซิสต์ 66) มากที่สุดเป็นอันดับ 2 นักเตะคู่บุญของ เป๊ป เป็นรองแค่ ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินา ที่เคยทำผลงานได้สุดยอดกับ บาร์เซโลน่า มีส่วนร่วมการทำประตูมากถึง 291 ประตู แบ่งเป็นยิงเอง 211 ประตู และแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมบาร์ซ่าอีก 80 ครั้ง สถิติดังกล่าวของ สเตอร์ลิ่ง จึงเสมือนเป็นการส่งไม้ต่อความยอดเยี่ยมจาก เป๊ป สู่ โธมัส ทูเคิล ที่เชลซี ซึ่งกุนซือชาวเยอรมัน คงต้องขอบคุณมากๆ ไว้ ณ ที่นี้

            เหตุผลว่าทำไมเชลซีเลือก สเตอร์ลิ่ง ก่อน เชซุส

            จริงๆ แล้ว เชลซี ดูเหมือนต้องการกองหน้าตัวเป้ามากกว่าตำแหน่งตัวริมเส้น หลังจากปล่อย โรเมลู ลูกากู สตาร์ทีมชาติเบลเยียม กลับเข้ารัง “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แบบยืมตัว แต่ เชลซี ยอมที่จะจ่ายค่าตัวมากกว่า

เพื่อให้ได้มาซึ่ง สเตอร์ลิ่ง (ค่าตัวรวมแล้ว 50 ล้านปอนด์) แทนที่จะไปทุ่มเงิน 45 ล้านปอนด์ (ราวๆ 1,950 ล้านบาท) แข่งกับ อาร์เซนอล คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน ในการชิงตัว กาเบรียล เชซุส กองหน้าทีมชาติบราซิลวัย 25 ปี

            เมื่อกางสถิติต่างๆ ดูแล้ว เชลซี เล็งเห็นแล้วว่าสเตอร์ลิ่ง ดูมีอะไรที่เหนือกว่า เชซุส หลายๆ อย่าง ไม่ว่าจำนวนประตู (สเตอร์ลิ่งยิงไป 114 ประตู เชซุส ซัดไป 95 ประตู) จำนวนแอสซิสต์

(สเตอร์ลิ่งแอสซิสต์ไป 57 ครั้ง เชซุส แอสซิสต์ไป 41 ครั้ง) รวมถึงการสร้างสรรค์โอกาสในเกมรุก ซึ่งสเตอร์ลิ่งครีเอตเกมบุกมากถึง 403 ครั้ง ขณะที่ เชซุส สร้างสรรค์โอกาสไป 230 ครั้ง

แม้จำนวนการลงสนามพอๆ กันสเตอร์ลิ่งลงไป 265 นัด เชซุส ลงสนามไป 236 นัด (เนื่องจาก เชซุส ย้ายมาร่วมทัพ แมนฯ ซิตี้ ทีหลังในปี 2017) แต่ด้วยประสิทธิภาพอะไรต่างๆ แล้ว เชลซี คำนวณว่ายังไงๆ สเตอร์ลิ่งก็น่าจะลงตัวมากกว่า

       สเตอร์ลิ่ง เข้ามาเติมในส่วนที่ขาดให้เชลซี

            นับตั้งแต่หมดยุค ดีเอโก้ กอสต้า กองหน้าทีมชาติสเปนเชื้อสายบราซิเลียน เชลซี ก็ประสบปัญหาเรื่องผู้นำในการทำประตูให้ทีมมาตลอด ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา และเมื่อนำมาเปรียบเทียบสถิติกับสเตอร์ลิ่ง ในแต่ละซีซั่น เห็นได้ชัดเลยว่า เชลซี เลือกถูกแล้วในการเซ็นสัญญากับสเตอร์ลิ่ง

ในเมื่อฤดูกาล 2017-18 นักเตะเชลซี ที่ยิงประตูได้มากที่สุดคือ เอเดน อาซาร์ กดไป 17 ประตู ในขณะที่ปีเดียวกัน สเตอร์ลิ่ง ซัดให้ แมนฯ ซิตี้ ไปทั้งสิ้น 23 ประตู

ถัดมาในฤดูกาล 2018-19 อาซาร์ ก็ยังยิงมากที่สุดให้ “สิงห์บลูส์” ขยับเป็น 21 ประตู แต่ในขณะเดียวกันสเตอร์ลิ่ง ก็ยิงให้ “เรือใบสีฟ้า” เพิ่มขึ้นเป็น 25 ประตู

            มาถึงซีซั่น 2019-20 แทมมี่ อับราฮัม โผล่ขึ้นมายิงให้ เชลซี สูงสุด 18 ประตู ซึ่งฤดูกาลเดียวกันสเตอร์ลิ่ง ฉีกยิงให้ แมนฯ ซิตี้ ไปถึง 31 ประตู

ถือเป็นปีที่พีคสุดกับ “เรือใบสีฟ้า” ก็ว่าได้ ในฤดูกาลถัดมา 2020-21 อับราฮัม และ ติโม แวร์เนอร์ ยิงให้เชลซี มากสุดเท่ากันที่ 12 ประตู

ขณะที่ สเตอร์ลิ่งกดไป 14 ประตูให้ซิตี้ จนมาถึงฤดูกาล 2021-22 ที่ปิดฉากลงไป โรเมลู ลูกากู ยิงให้ “สิงห์บลูส์” ไป 15 ประตู ส่วน สเตอร์ลิ่งกดไปให้ “เรือใบสีฟ้า” ทั้งสิ้น 17 ประตู เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วใน 5 ฤดูกาลหลัง เป็นที่ชัดเจนว่าสเตอร์ลิ่งยิงได้มากกว่าดาวซัลโวของ เชลซี ในทุกๆ ปีก็ว่าได้          

ดังนั้น อลิสเตอร์ มาโกวาน กูรูลูกหนังของ “บีบีซี” สื่อดังเมืองผู้ดี จึงมั่นใจว่า สเตอร์ลิ่งจะเข้ามาอัพเกรด เพิ่มพลังเกมรุกให้ เชลซี อย่างเห็นผลแน่นอน เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2022-23 นี้เป็นต้นไป โดยไม่ต้องห่วงว่าการขาดหายไปของ ลูกากู จะส่งผลกระทบมากนัก

ในเมื่อแต่ละเกมๆ สเตอร์ลิ่งเข้าไปป้วนเปี้ยนในกรอบเขตโทษคู่แข่งได้ตลอดอยู่แล้ว แฟนๆ เชลซี คงต้องจับตาดูกันว่า ถ้าอยู่จนครบสัญญาถึงปี 2027 สเตอร์ลิ่งจะสร้างสรรค์ผลงานได้ดีแค่ไหนในยูนิฟอร์ม “สิงห์บลูส์”

และจะกวาดแชมป์เข้าถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้มากน้อยเพียงใด เมื่อเทียบกับผลงานที่ผ่านมาๆ สมัยเล่นให้กับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ท่านใดสนใจสมัครสมาชิก

ติดตาม ดูบอลสด ร่วมกิจกรรมสามารถแอดไลน์มาที่ LINE ID : @Dooballs

ตารางคะแนน