ราชันชุดขาว

ราชันชุดขาว จ้าวยุโรปตัวจริงเสียงจริงและแล้วก็ถึงเวลาที่แฟนลูกหนังทั่วโลกรอคอย สำหรับศึกฟุตบอลยุโรปถ้วยใบใหญ่ที่เดินทางมาถึงนัดชิงชนะเลิศ เป็นการโคจรมาพบกันของ 2 ทีมมหาอำนาจของโลกอย่าง เรอัล มาดริด ล่าสุด เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่จากสเปน ดีกรีจ้าวยุโรปมากที่สุด 13 สมัย เผชิญหน้า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนจากอังกฤษ อดีตแชมป์ 6 สมัย โดยคู่นี้เตะกันที่สังเวียนแข้ง สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ในแซงต์ เดนีส์ ชานกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนี่ถือเป็นนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งที่ 30 แต่ถ้ารวมกับชื่อรายการเดิมอย่าง ยูโรเปี้ยนส์ คัพ นี่ถือเป็นรอบชิงหนที่ 67

            ขุมพลังเต็มสูบทั้ง “ราชัน” และ “พญาหงส์”

         นี่น่าจะเป็นนัดชิงจ้าวยุโรปในฝันอีกนัดหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อทั้ง เรอัล มาดริด และ ลิเวอร์พูล ต่างมีขุมกำลังพร้อมสรรพ โดยทางฝั่ง “ราชันชุดขาว” กุนซือจอมเก๋าอย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ได้ ดาวิด อลาบา ฟิตสมบูรณ์กลับมายืนปราการหลังตัวกลางร่วมกับ เอแดร์ มิลิเตา ส่วนแนวรุกเลือกใช้ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ซึ่งสามารถถอยไปเชื่อมเกมแดนกลางได้ดี คอยประสานงาน วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซม่า

            ส่วนทางฟาก “หงส์แดง” เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน สามารถจัดทัพใหญ่ลงลุ้นจ้าวยุโรป แนวรับใช้บริการ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ก่อน โจเอล มาติ๊ป เหมือนเคย ปักหลักเป็นภูผาหินเคียงข้าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แดนกลางมีข่าวดีสองเด้ง เมื่อได้ทั้ง ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลคันตาร่า สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาบัญชาเกม ขณะที่ 3 ประสานแนวรุก ลิเวอร์พูล เลือกให้โอกาส หลุยส์ ดิอาซ ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่อง ลงล่าตาข่ายร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่

            ครึ่งแรกเป็นของ “สีแดง” ดูแรงฤทธิ์

            หลังจากเกมต้องดีเลย์เริ่มต้นช้าไปประมาณ 15 นาที เมื่อเสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น ทั้งสองทีมเริ่มต้นด้วยการดูเชิง ไม่ผลีผามในเกมรับ แต่เมื่อผ่าน 15 นาทีแรก เป็นทาง ลิเวอร์พูล เริ่มครองบอลได้เหนือกว่า มีโอกาสเจาะเข้าทำ แต่ยังไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของ ติโบต์ กูร์ตัวส์ โอกาสใกล้เคียงที่จะได้ประตูมากที่สุดของ “หงส์แดง” มาในนาทีที่ 20 จากจังหวะลากตัดเข้าไปยิงด้วยขวาของ ซาดิโอ มาเน่ แต่บอลติดปลายมือนายทวาร เรอัล มาดริด ไปชนเสา โอกาสของ “หงส์แดง” มีมากกว่าชัดเจน ยิง 10 ครั้ง เข้ากรอบถึง 5 ครั้ง แต่ไม่มีแม้แต่ลูกเดียวที่ผ่านมือนายทวารทีมชาติเบลเยียม แต่ถึงนาทีที่ 43 เรอัลมาดริดวิเคราะห์ ส่งบอลตุงตาข่ายจาก คาริม เบนเซม่า อย่างไรก็ตาม มีการเช็ค VAR นานถึง 2 นาที ก่อนตัดสินว่า เบนเซม่า ล้ำหน้าเสียก่อน และนี่ก็ถือเป็นการเตือน ลิเวอร์พูล กลายๆ แม้รูปเกมครึ่งแรกทั้งการครองบอล และโอกาสยิงประตูเหนือกว่าเยอะ แต่อย่าพลาดให้เสือเฒ่าอย่าง เบนเซม่า เป็นอันขาด จบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0

            ครึ่งหลัง ทุกอย่างกลับตาลปัตร

            ลงสนามมาลุยต่อครึ่งหลัง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่ดูเหมือนจะออมแรงไว้ในครึ่งแรก ลงมาเซตบอลสู้ได้ดีขึ้นกว่าเดิม และก็มาได้ประตูนำ 1-0 ในนาทีที่ 59 จากจังหวะที่ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ เปิดบอลจากกราบขวาไปเสาไกลให้ วินิซิอุส จูเนียร์ แปเหน่งๆ ไม่เหลือ และนี่ก็เป็นประตูที่ 4 ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของสตาร์ทีมชาติบราซิล ทีมจากกรุงมาดริดขยับเข้าใกล้การเป็นจ้าวยุโรปเข้าไปทุกขณะ

            พอโดนเจาะตาข่ายไปก่อน ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเดินหน้าลุยใส่เป็นชุด โม ซาลาห์ ได้ยิงด้วยซ้าย แต่ กูร์ตัวส์ ก็ยังบินปัดบอลทิ้งไปได้ และนี่ก็เป็นเซฟที่ 5 แบบจะแจ้งของนายประตูวัย 30 ปี แม้พายุเกมบุกของ “หงส์แดง” ยังคงมาเป็นระลอก แต่ด้วยเวลาที่หมดลงไปเรื่อยๆ ประกอบกับเกมรับของ “ราชันชุดขาว” ยังช่วยกันได้ขยันขันแข็ง ช่วง 15 นาทีสุดท้าย เยอร์เก้น คล็อปป์ จึงต้องทิ้งไพ่ลงมาอีก 2 ใบ ส่งทั้ง นาบี เกอิต้า และ โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่ ลงมาเล่นแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ติอาโก้ อัลคันตาร่า โดยก่อนหน้านี้ก็มีเปลี่ยน ดิโอโก้ โชต้า ลงมาแทน หลุยส์ ดิอาซ

            แม้จะมีการปรับแท็คติกเล่นหน้ากระดานเรียง 4 ในแนวรุก แต่ “หงส์แดง” ก็ฝ่าด่านกำแพงเกมรับของ เรอัล มาดริด วันนี้ และจังหวะซูเปอร์เซฟหลายๆ ครั้งของ กูร์ตัวส์ เข้าไปไม่ได้จริงๆ หมดเวลา 90 นาที เรอัล มาดริด เบียดคว้าชัยไป 1-0 ครองจ้าวยุโรปสมัยที่ 14 มากที่สุดในประวัติศาสตร์ จากการเข้าชิง 17 ครั้ง ถือเป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงของ “ราชันชุดขาว” หลังจากที่คว้าแชมป์ ลา ลีก้า สเปน ประจำฤดูกาล 2021-22 มาได้ก่อนแล้ว โดยชัยชนะนัดนี้ ยังถือเป็นการย้ำชัยใส่ ลิเวอร์พูล เพราะย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน เรอัล มาดริด ก็เคยเอาชนะไปได้ 3-1

            อนาคตของ “ราชันหงส์” จะเป็นอย่างไรต่อไป

            “หงส์แดง” แม้จะพลาดแชมป์ 2 รายการใหญ่ ก่อนหน้านี้เพิ่งผิดหวังในพรีเมียร์ลีก ได้แค่รองแชมป์ และเพิ่งมาอกหักโดน “ราชันชุดขาว” ย้ำชัย แต่นี่ก็ถือเป็นซีซั่นที่เหล่า “เดอะค็อป” คงไม่เสียใจแม้แต่น้อย กับผลงานความเป็นนักสู้ของเหล่าขุนพล ลิเวอร์พูล ที่กวาดแชมป์บอลถ้วยของอังกฤษมาได้ 2 ใบทั้ง คาราบาว คัพ และ เอฟเอ คัพ ซึ่งปิดฤดูกาลนี้ ก็ต้องจับตาดูว่ายอดทีมของอังกฤษ จะมีการเสริมทัพอย่างไรบ้าง เพื่อกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และขึ้นครองจ้าวยุโรปสมัยที่ 7 เพราะมีข่าวลือออกมาต่างๆ นานา ซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกคนสำคัญอาจอำลาทีมไปซบ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ในบุนเดสลีก้า เยอรมนี ขณะที่อนาคตของ โม ซาลาห์ ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจนสำหรับสัญญาปีสุดท้าย ที่อาจกลายเป็นระเบิดเวลาสำหรับ ลิเวอร์พูล  ขณะที่ทาง เร อั ล มาดริด สด แม้ขึ้นครองจ้าวยุโรปอย่างยิ่งใหญ่ แต่ทีมก็จำเป็นต้องเสริมแกร่งเพื่อป้องกันแชมป์ และล่าความสำเร็จต่อไปในฤดูกาลหน้า เบื้องต้นแนวรับถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะได้ตัว อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปราการหลังตัวแกร่งทีมชาติเยอรมนี มาจาก “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมดังของพรีเมียร์ลีก ส่วนในแดนอื่นๆ ก็เชื่อว่า “คาร์เล็ตโต้” คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียนจะกระตุ้นให้บอร์ดบริหาร นำโดย ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เปิดคลังเสริมทัพอย่างแน่นอน

ท่านใดสนใจสมัครสมาชิก

ติดตาม ดูบอลสด ร่วมกิจกรรมสามารถแอดไลน์มาที่ LINE ID : @Dooballs

ตารางคะแนน